การโอนรถยนต์

การซื้อขายรถยนต์นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถมือหนึ่งที่ร้านจำหน่ายรถยนต์ หรือการซื้อรถมือสองจากผู้อื่นที่ต้องการขายรถ สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์มือสอง จะต้องดำเนิน การโอนรถยนต์ ให้เร็วที่สุด เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อยจนครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ก็มาดูขั้นตอนในการโอนรถกันเลย

ตรวจสภาพรถ

เมื่อคุณเดินทางไปถึงยังกรมขนส่งทางบกที่อยู่ในบริเวณใกล้บ้านของคุณแล้ว ขั้นตอนแรก ทางกรมก็จะให้ตรวจสอบสภาพรถยนต์ โดยติดต่อพนักงานที่อยู่ภายในแผนกการตรวจสภาพรถยนต์ให้ดำเนินการ เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสภาพของรถยนต์ที่คุณต้องการที่จะโอนเข้ามาเป็นเจ้าของรถเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องรอเอกสารที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ออกไว้ให้ เพื่อนำไปยื่นทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์รถต่อนั่นเอง เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นการตรวจสภาพรถยนต์ของคุณแล้ว จากนั้นสามารถเข้าไปในส่วนงานถัดไป คือ การยื่นเรื่องหรือการจัดการเอกสารได้เลย

ยื่นเรื่องโอนกรรมสิทธิ์

การทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ คุณสามารถทำรายการที่แผนกงานทะเบียนรถยนต์ โดยจะต้องตรวจสอบเอกสารทั้งหมดให้เรียบร้อย เอกสารจะต้องครบถ้วนและถูกต้อง เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถยื่นเอกสารเพื่อทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที เมื่อคุณยื่นเอกสาร

อาทิเช่น ทะเบียนรถ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ขายรถ เป็นต้น พร้อมกับเอกสารที่ได้รับเมื่อไปตรวจสอบสภาพรถยนต์ด้วย ทางพนักงานก็จะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด หากถูกต้องทั้งหมด คุณก็สามารถรอรับเอกสารที่ทางกรมขนส่งจะให้คุณได้เลย เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อยทุกขั้นตอนแล้ว

ชำระค่าธรรมเนียม

เมื่อตรวจเอกสาร การโอนรถ เรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องชำระค่าธรรมเนียมในการดำเนินงานต่าง ๆ โดยค่าธรรมเนียมนั้นจะมาจากคำขอโอนกรรมสิทธิ์หรือโอนรถ 5 บาท ค่าอากรแสตมป์ 500 บาท ซึ่งจะคิดจากราคารถ โดยอัตรานี้จะใช้กับรถราคาไม่เกินหนึ่งแสนบาท และค่าธรรมเนียมในการโอนอีก 100 บาท เมื่อชำระเงินค่าธรรมเนียมทั้งหมดนี้แล้ว ทางกรมขนส่งก็จะออกเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเป็นเจ้าของรถยนต์ ซึ่งกฎหมายได้กำหนดไว้ เพียงเท่านี้ก็ถือว่าคุณได้รับสิทธิ์ในการครอบครองรถยนต์ที่คุณได้ซื้อมาแล้ว

การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ส่วนบุคคลนั้นเป็นเรื่องที่คุณจะต้องทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปอย่างน่าเสียดายนั่นเอง ซึ่งสิ่งที่สำคัญมากที่สุด คือ เอกสารที่ใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ส่วนบุคคลนั่นเอง คุณจึงควรตกลงหรือสอบถามผู้ขายเกี่ยวกับเอกสารที่ต้องใช้ พร้อมทั้งดูข้อมูลการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนที่จะซื้อ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถดำเนินการและเป็นเจ้าของรถได้อย่างถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

สำหรับ การโอนรถยนต์ ปัจจุบันถือว่ามีช่องทางที่สะดวกมากขึ้น เช่น ช่องทางออนไลน์ หรือการโอนลอย โดยเจ้าของรถ ผู้ซื้อ-ผู้ขาย จะต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนดำเนินการ จะทำให้เกิดความรวดเร็วมากขึ้น เพราะการขาดเอกสารใดเอกสารหนึ่งจะไม่สามารถทำการโอนรถได้เลย และต้องเสียเวลากลับไปเอาเอกสารเพิ่มอีก ดังนั้นเตรียมให้พร้อม รับรองว่าแปปเดียวจริงๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.easyinsure.co.th/news/?p=2734